คลังความรู้

วิจัยในชั้นเรียนด้วยวงจร PAOR: 4 ขั้นจากปัญหาหน้าห้องสู่ผลงานวิชาการ

คู่มือ · 28 ก.ย. 69

แท็ก: วิจัยในชั้นเรียน, PAOR, วิจัยปฏิบัติการ, วิทยฐานะ

วิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom Action Research) คือการที่ครูศึกษาปัญหาการเรียนรู้ในห้องเรียนของตนเองอย่างเป็นระบบ ลงมือแก้ไข เก็บหลักฐาน และสะท้อนผล เพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง กรอบที่ใช้กันแพร่หลายคือวงจรเกลียวของ Kemmis และ McTaggart (1988) ซึ่งมี 4 ขั้น คือ วางแผน (Plan) ปฏิบัติ (Act) สังเกต (Observe) และสะท้อนผล (Reflect) เรียกย่อว่า PAOR

ภาพรวม

แนวคิดหลัก
ทำเป็นรอบ — จบการสะท้อนผลแล้วนำข้อค้นพบไปวางแผนรอบถัดไป ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ
เหมาะกับ
ปัญหาที่ครูแก้ได้เองในห้องเรียนภายใน 1 ภาคเรียน เช่น ทักษะการอ่านจับใจความ การแก้โจทย์ปัญหา หรือความรับผิดชอบในการส่งงาน
สิ่งที่ได้
หลักฐานการพัฒนาผู้เรียนที่นำไปใช้ประกอบรายงานผลการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) และต่อยอดเป็นผลงานทางวิชาการได้

4 ขั้นของวงจร

  1. ขั้นที่ 1 วางแผน (Plan) — ระบุปัญหาจากหลักฐานจริง เช่น คะแนนก่อนเรียน งานของนักเรียน หรือบันทึกหลังสอน แล้วเขียนคำถามวิจัยเพียง 1 ข้อ เลือกวิธีการหรือนวัตกรรมที่มีงานวิจัยรองรับ และกำหนดเครื่องมือเก็บข้อมูลล่วงหน้า
  2. ขั้นที่ 2 ปฏิบัติ (Act) — ใช้วิธีการตามแผนในการสอนจริง บันทึกสิ่งที่ทำในแต่ละครั้งอย่างสั้น ๆ (วันที่ กิจกรรม สิ่งที่ปรับ) เพื่อให้ทำซ้ำและตรวจสอบได้
  3. ขั้นที่ 3 สังเกต (Observe) — เก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณ (คะแนน แบบวัด) และเชิงคุณภาพ (บันทึกการสังเกต ชิ้นงาน เสียงสะท้อนของนักเรียน) ระหว่างและหลังการปฏิบัติ
  4. ขั้นที่ 4 สะท้อนผล (Reflect) — วิเคราะห์ว่าอะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล เพราะอะไร แล้วสรุปเป็นข้อค้นพบและแผนปรับปรุงสำหรับรอบถัดไป

เคล็ดลับให้ต่อยอดเป็นผลงานได้

  • เริ่มจากปัญหาเล็กและชัด วัดผลได้ภายในเวลาที่มี ดีกว่าหัวข้อใหญ่ที่ทำไม่จบ
  • เก็บข้อมูลพื้นฐานก่อนเริ่ม (baseline) ทุกครั้ง เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงจริง
  • ตรวจคุณภาพเครื่องมือก่อนใช้ เช่น ค่า IOC ของแบบทดสอบ (ดูบทความ "ตรวจคุณภาพเครื่องมือวิจัย" ในคลังความรู้)
  • เก็บหลักฐานเป็นระบบตั้งแต่วันแรก ตั้งชื่อไฟล์ตามวันที่และรอบ จะเขียนรายงานได้เร็วขึ้นมาก
  • ปกป้องข้อมูลนักเรียน ใช้รหัสแทนชื่อจริงในเอกสารที่เผยแพร่

ตัวอย่างคำถามวิจัย

การใช้กิจกรรมอ่านแบบคู่คิด (Think-Pair-Share) ร่วมกับแผนผังความคิด ช่วยให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่อ่านจับใจความไม่ผ่านเกณฑ์ มีคะแนนการอ่านจับใจความผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ได้หรือไม่

แหล่งอ้างอิง

  • Kemmis, S., & McTaggart, R. (Eds.). (1988). The action research planner (3rd ed.). Deakin University Press.
  • Dick, B. Beginners' guide to action research. Action Research Resources (aral.com.au).
กลับคลังความรู้